ของเบสิคข้างตัวที่หมดแล้วต้องซื้อใหม่!

ขุดมาเลยค่ะของที่ใช้ประจำแบบว่า หมดไม่ได้ ต้องซื้อมาวางข้างเชล์ฟไว้ตลอดเลย

ของใช้ประจำแบบขาดไม่ได้ บางครั้งต้องยอมรับว่าเราอาจเผลอใจไปใช้แบรนด์อื่นบ้าง (เพราะอยากลองอะไรใหม่ๆ) แต่สุดท้ายก็แพ้ทางกลับมาใช้แบรนด์เดิมนี่ทุกครั้งเลยและหวังว่าต่อไปเค้าจะไม่หยุดผลิตนะ

ขุดลึกลงไปอีกนิด ของเบสิคช่วยแก้ปัญหาชีวิต ขนาดใช้หมดยังต้องขวนขวายเอามาติดกระเป๋าและเชล์ฟส่วนตัว เพราะใช้แล้วชีวิตดีขี้นเลย มาอัพเดทกันเลยค่ะ

Basic Things Coverภาค 1 – ของเบสิกข้างตัวที่หมดแล้วต้องซื้อใหม่!!!

  1. ยาหม่องมิชชั่น ขอให้ได้ลองเถอค่ะ รับรองจริงๆ ว่าจะต้องซื้อเพิ่มๆๆๆ และซื้อแจกคนรัวๆๆ คือเป็นยาหม่องเวอร์ชั่นเย็นต่ออีกนานมากๆ จริงๆ กลิ่นไฮโซไม่มีฉุน ไม่เหมือนยาหม่องใดในโลกเลย แล้วทาแก้ได้ทุกสรรพสิ่งมาก อันนี้ใช้มาตั้งแต่ยาย แม่ และรุ่นเรา แม่บอกว่าทาไปเถอะสิวน่ะ หายเกลี้ยง ปวดขา ปวดท้อง ขาพลิก ขาบวมหายหมด คือไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะลองมาทุกอย่างแล้ว อย่างสิวนี่ ตอนที่มันเริ่มเป็นหัวข้าวเหนียว เราเอายาหม่องอันนี้ทา ร้อนวาบมาก และหัวข้าวเหนียวจะปะทุขึ้นๆ จนเปล่งถึงที่สุด แล้วแตกตัวไปเอง แล้วทาต่อนะคะ เพราะมันจะแห้งลงๆๆๆ และไม่เป็นแผลเป็นเลยแม้แต่นิดเดียว เจ๋งตรงนี้ล่ะ อีกทีที่ทึ่งในสรรพคุณมากคือ วันนั้นนอนตื่นขึ้นมาแล้วขยับแขนไม่ได้เลย กลัวมาก เลยเอายาหม่องอันนี้ทาทุกครึ่งชั่วโมง เย้!!! ภายในสองชั่วโมง ขยับแขนได้แล้ว ดีใจมาก!! ปวดไหล่นี่ไม่ต้องพูดถึง ทาแล้วเย็นขึ้นๆ ความปวดหายไปเลย ซื้อเถอะค่ะ ดีจริงๆ ขวดเล็ก 30 บาท ตลับเล็ก 45 บาท ขวดใหญ่ 95 บาท ไปซื้อที่โรงพยาบาลมิชชั่นเลย 0-2282-1100
  1. Bath and Body Works, Twisted Peppermint Hand Soap, ราคาประมาณสามร้อยกว่าบาท สบู่ล้างมืออันนี้หอมมากกก กลิ่นมินท์จัดเข้าจมูกเลย คือเวลาเราล้างมือแล้วต้องดมแรงๆ และช่วยได้มาก ความเครียดหายไป สดชื่น ติดใจไม่เลิกเลยค่ะ และยังมีเนื้อบีดส์ละเอียดเล็กๆ อีก เหมือนเราได้ขัดมือเราไปด้วย
  2. Plante System Thai Cleansing Micellar Water, ราคาประมาณ 900 บาท (250 ml.) ต้องมีติดไว้ล้างเมคอัพตอนที่หน้าเราแพ้ทุกสิ่ง ตัวนี้อ่อนโยนสุดๆ บริสุทธิ์มาก เป็นสูตรจากธรรมชาติล้วน และมีความเป็นน้ำหนักๆ เลย
  3. Revlon Colorburst Matte Balm สี 225, 299 บาท แท่งนี้พกตลอดเวลา คือเป็นลิปแมทท์ที่ไม่แห้ง สีนี่ทาทุกทีออกมาหน้าไฮโซทันที เส้นขอบปากหายไป ปากอิ่มขึ้น เซ็กซี่และมีความโปรเฟสชันนัลด้วย สวยกับทุกสีผิวจริงๆ ค่ะ
  4. Burt’s Bees Hand Salve, 550 บาท ตลับมหัศจรรย์เอาไว้นั่งถูนิ้วที่ฉีกๆ ถูเล็บ ถูหัวเข่า เวลาเครียดๆ ไม่รู้จะเอาอะไรเข้าช่วย ก็จะหยิบตัวนี้มาถูๆๆๆ อานิสงส์ที่ได้คือเล็บงามไปเลย หนังที่ฉีกก็สมานกันดี
  5. Bigen Thailand Hair Mascara ราคาประมาณสองร้อยกว่าบาท ตัวช่วยเวลาหงอกมาแล้วปิดไม่ทัน ตัวนี้เริ่ดสุดแล้ว ป้ายๆ ตรงหงอกปั๊บ ดูเนียนเชียว หงอกหายไป ซื้อที่ญี่ปุ่นค่ะ ในร้านบิวตี้มีทุกร้านค่ะ
  6. La Roche-Posay Serozinc Cleansing Soothing, ราคาประมาณห้าร้อยบาท ตัวนี้คือสเปรย์ฉีดน้ำเหมาะกับคนผิวมัน และแพ้ง่าย คือพอผิวเรามีอะไรแพ้ๆ หรือมันๆ ก็เอาอันนี้ฉีด เหมือนไล่พวกแบคทีเรียบนผิวหน้าเราไป และใครมีสิวขึ้นกะทันหัน ตัวนี้ฉีดๆ แล้วมียุบลงได้เหมือนกัน ยิ่งสิวที่หัวกำลังจะระเบิด ฉีดเลยค่ะ มีระเบิดออกมาให้อึ้งเล่นได้เลย

ภาค 2 – ของเบสิกข้างตัวที่หมดแล้วต้องซื้อใหม่!!!

  1. Maybelline New York, The Magnum Volum ‘Express Waterproof (ประมาณ 299 บาท) มาสคาร่าเป็นเมกอัพที่ใช้เกือบทุกวันและซื้อบ่อยเพราะฉะนั้นเราไม่เน้นแพง และตัวนี้ตอบโจทย์ขนตาเราได้หมดเลย เรามีขนตาที่ทิ่มตรง จึงต้องดัดขนตาก่อนเสมอและใช้มาสคาร่าที่เนื้อไม่หนักเพื่อที่จะสามารถดันขนตาขนตาเราขึ้นได้และยึดไว้ได้ยาวนาน ตัวนี้ปัดแล้วขึ้นเลยโดยเฉพาะรุ่นกันน้ำเพราะช่วยยึดขนตาให้คงอยู่อย่างงั้นและไม่เลอะด้วย บางครั้งเราปัดตัวนี้ก่อนแล้วตามด้วยตัวสูตรอื่นๆ เช่น รุ่นเพิ่มความงอนยาว ปัดตามแล้วขนตาก็จะยิ่งเด้งขึ้นไปอีกเพราะสร้างฐานขนตาไว้ดีแล้ว เวลาเดินทางจะต้องพกตัวนี้ตลอดเพราะมั่นใจว่ารอด
  2. L’Oréal Paris, Brow Artist Designer Pro (ประมาณ 469 บาท) ดินสอเขียนคิ้วนี้ถือว่าคุ้มมากเพราะมีทั้งด้านดินสอ หัวฟองน้ำตรงกลางแท่งที่มีสีอายแชโดว์ฝุ่นไว้เติมความเข้มของคิ้ว และหัวแปรงไว้สำหรับเกลี่ย ปกติเราใช้หลายตัวในการเขียนคิ้วแต่ถ้าต้องเลือกแค่ชิ้นเดียวก็ต้องแท่งนี้เพราะรวมสิ่งจำเป็นไว้ในหนึ่งเดียวและพกพาง่ายมาก สีก็แน่นดี มีให้เลือก 2 สี แต่เราใช้สีอ่อนซึ่งให้สีนำ้ตาลสวยเข้มกำลังดี
  3. JOHNSON’S Fragrance Free Baby Lotion (ประมาณ 139บาท) baby โลชั่นไม่มีนำ้หอมเนื้อดีมาก ไม่หนักและไม่เหลวเกินไป เราชอบใช้ผสมกับบอดี้ออยล์ที่ให้กลิ่นหอม เพราะถ้าใช้บอดี้ออยล์อย่างเดียวจะมันเยิ้มไป เลยต้องหยดผสมกับโลชั่นตัวนี้ซึ่งทาแล้วผิวจะไม่เหนอะเลยและช่วยทำให้ออยล์ซึมซาบดีมาก ผิวก็นุ่มขึ้นเป็นทวีคูณหรือถ้าใช้เดี่ยวๆก็ให้ความชุ่มชื่นกำลังดี เหมาะสำหรับอากาศบ้านเรา
  4. Physiogel, Daily Moisture Therapy Dermo-Cleanser (150 ml. ประมาณ 299 บาท) เคลนเซอร์สำหรับผิวแห้งและบอบบางตัวนี้ขาดไม่ได้เลย ชอบใช้ในตอนเช้าที่ใบหน้าเราไม่ได้สกปรกอะไรมาก เนื้อบางเบาแต่ชุ่มชื่นดีมาก ล้างแล้วแล้วผิวจะนุ่มและไม่แห้งตึง แต่ในช่วงที่ผิวแห้งมากหรือลอกเป็นขุยจากการแพ้ เราจะทาพอกไว้แล้วเช็ดออก คือสามารถใช้แทนล้างหน้าด้วยน้ำได้เลย ซึ่งวิธีนี้เป็นตัวช่วยถนอมผิวไม่ให้สูญเสียความชุ่มชื่น
  5. THREE, Balancing Cleansing Oil (1,800 บาท) เวลาทำความสะอาดเมกอัพ ยังชอบเคลนซิ่งออยล์อยู่เพราะเราใช้เมกอัพสูตรกันน้ำและครีมกันแดดเป็นประจำเพราะฉะนั้นออยล์และตามด้วยโฟมหรือเจลล้างหน้าสามารถทำความสะอาดได้หมดจดจริงๆ ชอบของThree มาก ถึงแม้ราคาจะแพงแต่มันใช้นิดเดียวก็เกลี่ยได้ทั่วใบหน้าแล้ว เนื้อนุ่มละมุนและกลิ่นหอมแนวซิตรัสดชื่นทำให้รู้สึกผ่อนคลายดีเหลือเกิน แม้จะห่างหายจากการใช้ตัวนี้ไปนานแต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาซื้ออีกทุกที เราชอบมาสอยช่วงที่มีโปรโมชั่นงานลดราคาของค่าย CMG ก็จะถูกลงมาอีก
  6. Moroccanoil Treatment Original (100 ml. ประมาณ 1,700 บาท) ออยล์ทรีตเม้นต์บำรุงเส้นผมที่ใช้หมดแล้วหมดอีกแต่จริงๆใช้นานมากกว่าจะหมดเพราะใช้นิดเดียว ชอบตรงที่ใช้น้ำมันสกัดจากต้นอาร์แกนช่วยทำให้เส้นผมนุ่มและลื่นขึ้นหลังเป่าแห้ง น้ำมันจะช่วยเคลือบปิดเกล็ดผมทำให้ผมชี้ฟูน้อยลงแม้ว่าจะเป่าดรายโดยไม่ใช้หวีก็ตาม ถ้าเดินทางเราชอบพกไซส์ขนาดเล็กหรือเทจากขวดใหญ่บรรจุในขวดเปล่าไซส์สำหรับพกพา บางครั้งไปตามโรงแรมที่ครีมนวดอาจจะไม่ดีมากนัก น้ำมันตัวนี้ช่วยบำรุงเส้นผมเราไม่ให้แห้งกระด้างและมีชีวิตชีวาขึ้นทันที (มีวางจำหน่ายตามซาลอนที่ร่วมกับแบรนด์หรือลองสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่เฟสบุค Moroccanoil Thailand ซึ่งราคาอาจจะแตกต่างไปตามซาลอนที่ร่วมจำหน่าย)
  7. MAC, Mineralize Skinfinish Natural (1,600 บาท) แป้งสูตรมิเนอรัลอัดแข็งใช้มาตั้งแต่เป็นแพคเกจจิ้งเก่าซึ่งรุ่นใหม่นี่จะแข็งแรงและทนทานกว่า เราใช้แป้งไม่เยอะเพราะผิวแห้งและไม่อยากให้ใบหน้าดูมีแป้งเยอะ ตัวนี้เอาไว้เซ็ตผิวหลังลงรองพื้น เราชอบปัดโดยใช้แปรงปัดเฉพาะช่วงที่มันหน่อยอย่างทีโซนซึ่งเนื้อแป้งจะเบาและละเอียดดี ให้ความผ่องแบบดูไม่พอกหนาเลย ถ้าต้องเดินทางเราจะพกตัวนี้ทุกครั้งเพราะไม่อยากพกแป้งฝุ่นที่ชอบหกเลอะเทอะ ตัวนี้เซ็ตผิวอยู่เลยและใช้ได้นานมาก
  8. MUJI, สำลีเช็ดหน้า (ประมาณ 115-185 บาท) ราคาอาจจะแพงกว่ายี่ห้ออื่นๆแต่เนื้อเค้าดีจริงนะ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นสีขาวปกติหรือรุ่นไม่ฟอกสีซึ่งออกน้ำตาลหน่อยนี่ก็ยิ่งนุ่ม มีทั้งแบบรีดขอบและไม่รีดขอบ ยังมีหลายขนาดให้เลือกด้วย เราใช้รุ่นขนาดเล็กปกติสำหรับเช็ดผิวรอบดวงตา รู้สึกเนื้อสำลีมันอ่อนโยนต่อผิวดี ส่วนแผ่นใหญ่จะใช้กับวันที่เช็ดหน้าด้วยเคลนซิ่งเนื้อน้ำ แผ่นมันใหญ่สะใจดีและแผ่นเดียวก็เช็ดได้เกือบหมดทั้งใบหน้าเลย แผ่นสำลีมีทั้งความยืดหยุ่นและไม่หลุดเป็นขุยติดบนใบหน้าด้วย นอกจากนี้เรายังสามารถนำสำลีแผ่นใหญ่มาทำโลชั่นมาสก์ได้อีกโดยชนิดไม่รีดขอบมันจะหนาหน่อยเลยสามารถแบ่งแยกออกมาจากแผ่นเดิมได้อีกชิ้นนึง เราจะฉีดด้วยสเปรย์น้ำแร่ให้ชื้นหมาดก่อนแล้วค่อยหยดโลชั่นน้ำให้ชุ่ม (วิธีนี้ช่วยประหยัดปริมาณโลชั่นน้ำที่หยดลงสำลี) จากนั้นค่อยแปะที่แก้มและหน้าผาก

ภาค 3 – ของเบสิกข้างตัวที่หมดแล้วต้องซื้อใหม่!!!

  1. Vichy, Purete Thermale 3 in 1 ราคาประมาณ 750 บาท เคล็นเซอร์น้ำที่เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่ายอย่างเราสุดๆ เวลาใช้หยดบนสำลีให้ชุ่ม ค่อยๆเช็ดหน้าเบาๆ คราบเครื่องสำอางออก ฝุ่นผง เหงื่อ ความมัน และยังเช็ดดวงตาได้ด้วย ไม่แสบไม่คัน ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง แต่รู้สึกชุ่มชื่นดี เพราะช่วยปรับสภาพผิวให้สมดุล อ่อนนุ่ม ใครที่ผิวแพ้ เป็นสิวง่าย ลองตัวนี้ดู ไม่มีส่วนสมของน้ำหอม เวลาเดินทางจะแบ่งใส่ขวดเล็กๆติดไปใช้ด้วย เราไม่ชอบใช้น้ำก็อกล้างหน้า โดยเฉพาะในต่างประเทศ กลัวแพ้มาก การเช็ดผิวด้วยเคล็นเซอร์น้ำจึงช่วยให้คลีนผิวสะดวก รวดเร็ว และกำจัดคราบทุกสิ่ง
  2. RIMMEL, LONDON Match perfection SPF 20 ราคาประมาณ 560 บาท ตอนเดินทางไปต่างประเทศ ลืมเอารองพื้นไปด้วย เช็คอินเข้าโรงแรมปุ๊ป รีบเดินไปย่านช็อปปิ้งทันที ชีวิตจะยังไงถ้าไม่ทารองพื้น ใครจะจำหน้าเราได้มั้ย ..ในที่สุดก็ได้ขวดนี้มา…อุทานด้งๆ พระเจ้า!! เนื้อแมทท์แห้งเนียน สีซ็อฟเบจ เหมือนทำมาเพื่อเราโดยเฉพาะ ระดับการปกปิดปานกลาง ทำให้ดูเป็นธรรมชาติ ไม่หนา ไม่หนัก ก่อนกลับแวะไปร้านเดิม แทบเหมามาเลยเพราะที่เมืองไทยคงหายาก นอกจากฝากใครซื้อที่อังกฤษ หรือตามร้านหิ้วต่างๆ
  1. Yves Rocher, 24 H Anti-Transpirant ราคาประมาณสองร้อยกว่าๆ โรลออนต้องเลือกสูตรที่เป็นธรรมชาติ ที่ช่วยระงับ”กลิ่นเหงื่อ” เพราะผิวใต้วงแขนนั้นบอบบาง แต่ถ้าเป็นสูตรระงับ”เหงื่อ”ที่ทำให้แห้งเนียน ต้องอ่านฉลากดีๆเพราะมีสารเคมีที่อาจไม่เหมาะกับผิวอ่อนโยน ของอีฟโรเช่ เรามั่นใจเพราะใช้มาตลอด ไม่ระคายเคือง ไม่มีส่วนผสมของพาราเบน แถมกลิ่น Fleur de Lotur du Laos หรือ ดอกบัวลาว หอมอ่อนๆ เราไม่เห็นแบรนด์ไหนทำกลิ่นนี้ ถ้าอยากจะให้กลิ่นแน่นๆติดทน อาบน้ำด้วยเจลออาบน้ำกลิ่นเดียวกัน ยิ่งสดชื่น
  1. Selsun, เซลซั่น แชมพูรักษาอาการรังแค ราคา 230บาท /120 ม.ล. จำหน่ายในร้านขายยา หนังศรีษะของเราไม่ต่างจากหนังหน้า อุ๊บส์..ไม่สุภาพ คือมีทั้งมันและแห้ง ตามแต่สภาพอากาศและสภาวะแวดล้อม ช่วงที่แห้ง จะคันหัวมาก และมีปัญหารังแคตลอด เราเลยไปปรึกษาเภสัชกรร้านขายยา ซึ่งแนะนำแชมพูเซลซั่น วิธีใช้คือให้สระผมด้วยแชมพูที่ใช้ประจำก่อนน้ำแรก จากนั้นจึงสระด้วยเซลซั่นในน้ำที่สองและทิ้งไว้ประมาณ2นาที ระหว่างนั้นก็ฟอกสบู่ถูตัวไปพลางๆ พอล้างแชมพูออก ตามด้วยครีมนวดผมปกติ ปรากฏว่ารังแคหาย อาการคันหาย เซลซันเป็นแชมพูผสมตัวยา จึงควรเว้นวรรคระยะการใช้ ปกติเราสระผมวันเว้นวัน แต่จะใช้เซลซั่นอาทิตย์ละครั้ง
  2. Medic Pharm HANDI-C Hand Rub Lolution Spray ราคาประมาณ 25 บาท จำหน่ายที่ร้านขายยา แฮนดิ-ซี สเปรย์ เป็นแอลกอฮอลล์สำหรับล้างมือ ขวดเล็กๆพกติดกระเป๋าได้สบาย มีไว้ใช้ได้ทุกยาม เช่น เข้าห้องน้ำ ขึ้นรถสาธารณะ โทรศัพย์ภายในออฟฟิส เพราะมือของเราหยิบจับ สัมผัสทุกสิ่ง ครั้นจะให้ล้างมือบ่อยๆก็ไม่สะดวก หยิบแฮนดิ-ซี ขึ้นมาสเปรย์ปรื๊ดๆที่มือทั้ง 2 ข้าง จากนั้นก็ประกบมือถูกันเร็วๆให้ทั่ว มั่นใจว่าปลอดเชื้อโรคแน่ๆ และถ้าใครกังวลว่ามือจะแห้งเพราะมีส่วนผสมของแอลกอฮอลล์ ก็ทาแฮนด์ครีมบ่อยๆ ช่วยได้
  3. Acna care Gel ราคา 69 บาท จำหน่ายที่ศูนย์รวมยาฟาร์แมกซ์ ยาแต้มสิวที่ถูกและดี ปกติราคานี้หายาก และยี่ห้อนี้ก็หายากด้วย มีขายเฉพาะร้านขายยาใหญ่ๆ เวลาจะซื้อทีต้องเหมาคราวละ 6 หลอด เพราะผิวหน้ามันอย่างเรา สิวผุดโดยไม่บอกกล่าว เราจะวางบนชั้นในห้องน้ำ1และพกติดตัวอีก1 ท้าเลย สิวมาตอนไหน แต้มได้ทันที ส่วนผสมของตัวนี้ประกอบด้วย Phytosphingosine ช่วยควบคุมการแพร่ของเชื้อแบคทีเรีย Isolutrol ช่วยควบคุมความมัน Salicylic acid ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ Allantoin สารธรรมชาติช่วยปรับผิวให้นุ่มนวล โดยรวมแล้วส่วนผสมอ่อนโยน อาจใช้เวลา 2-3 วัน สิวจึงหาย แต่มั่นใจได้ว่าใช้นานไม่มีผลข้างเคียง
  4. คอนคอน รักษาตาปลาและหูด ราคาประมาณ 40 บาท จำหน่ายที่ศูนยรวมยาฟาร์แมกซ์ ช่วยไม่ได้จริงๆที่ยุคนี้เค้านิยมรองเท้าสไตล์สปอร์ต ลำลอง เหมาะกับการเดิน แต่เผลอไม่ได้นะ เดินเยอะนิ้วเท้าเป็นตาปลา โดยเฉพาะบริเวณที่สัมผัสกับรองเท้าโดยตรง เช่นนิ้วก้อยจะเกิดเป็นปุ่มแข็งๆนูนขึ้นมาแล้วเจ็บมากเวลาเดินเพราะรองเท้าบีบตรงจุดนี้ เราจึงต้องมีคอนคอน น้ำยาที่มีส่วนผสมของซาลิไซลิ แอซิด และ ลิควีไฟด์ ฟีนอล ช่วยทำให้ผิวหนังแข็งบริเวณตาปลาอ่อนนุ่ม และค่อยๆลอกออก เมื่อผิวนุ่มก็มีความยืดหยุ่น แรงกดจากรองเท้าก็ไม่ทำให้เจ็บตรงจุดเดิมอีกต่อไป สาวคนไหนมีปัญหาเรื่องนี้ อย่าทน เพราะทรมาณจริงๆ
  5. ยาอมกำกิกเผี่ยง ราคาประมาณ 40 บาท จำหน่ายที่ร้านบูทส์และวัตสัน พอเจออากาศเปลี่ยนจะไอและเจ็บคอจนรู้สึกรำคาญตัวเอง พี่ที่สนิทกันเค้ายื่นยาอมนี้มาให้ เสียงไอหยุด รู้สึกชุ่มคอ พอจะไปซื้อเองดันจำชื่อไม่ได้ บอกพนักงานไปว่ายาอมซองเหลืองๆ อมแล้วชุ่มคอ หายไอ เธอบอก กำกิกเผี่ยง ขายดีมาก ตอนนี้ของหมด…แป๊ว!!! เธอจดชื่อให้ในกระดาษ เผื่อไปหาซื้อ แม้ชื่ออ่านยาก แต่ถ้าอ่านคล่อง จะจำได้ไม่ลืม เราพกยาอมติดตัวประจำ เคยให้เพื่อนต่างชาติลองชิม นางชอบ ถามยี่ห้ออะไร…ยากละ..สอนนางเรียกชื่อยาอม เปล่งเสียงให้ฟังหลายรอบ กว่าจะรอด แต่ยังไงก็ไม่เจ็บคอ เพราะเรามียาอม กำ-กิก-เผี่ยง

ภาค 4 – ของเบสิกข้างตัวที่หมดแล้วต้องซื้อใหม่!!!

  1. Yves Rocher (Thailand) Express Eye Makeup Remover (270-320 บาท) ตัวนี้คือเราใช้ตามพี่สาวมาตั้งแต่เริ่มแต่งหน้าเลย เป็นกึ่งออยล์ตัองเขย่าก่อน เทใส่สำลีแล้วใช้เช็ดเมกอัพตรงตาแล้วบางมีเราก็เช็ดทั้งหน้าด้วยเลย คือเราว่ามันอ่อนโยน และจะแต่งเยอะแค่ไหนก็เช็ดได้ไม่แสบตา หรือแต่ก่อนยังไม่มีพวกคลีนเซอร์สูตรน้ำ ก็มีต้วนี้แหล่ะ ใช้เช็ดทำความสะอาดได้ และผิวไม่แห้งด้วย เรามักรอซื้อตอนลดราคา สอยตุนๆไว้ที่ 2-3 ขวดเลย
  2. NIVEA Makeup Clear Cleansing Water (189 บาท) เวลาที่เราใช้คลีนเซอร์สูตรน้ำ มักจะใช้ปริมาณเยอะเหมือนกัน บางทีซื้อแพงๆก็เปลือง อย่างสูตรนี้ของนีเวียก็เช็ดได้เกลี้ยงเกลาดี พวกเมกอัพติดทนก็เช็ดออกด้วย และส่วนตัวเราจะใช้เยอะเพราะเช็ดมาถึงลำคอ เนินอก แขนด้วย มันช่วยทำความสะอาดคราบไคลได้ดีทีเดียวค่ะ
  3. Johnson’s Baby Oil (150 บาท) จะมีทั้งไซส์ใหญ่ติดบ้าน และไซส์เล็กพกเวลาเดินทาง เพราะมันสารพัดประโยชน์ หมักปลายผม ทาตัว ทาส้นเท้า ทาจมูกเล็บ บางทีพวกเมกอัพรีมูฟเวอร์หมด ก็อาศัยออยล์นี่ละคะแก้ขัด หรือบางทีก็เหยาะผสมบอดี้ครีมทาตัว สำหรับสาวผิวแห้งอย่างเรา
  4. JT ยาผงสีขาว ตราเต่าเหยียบโลก (35 บาท) ถูกและดีของจริง พื้นๆบ้านๆเช่นนี้จากร้านสยามสมุนไพร แต่มันช่างระงับกลิ่นกายได้ชะงัด แถมเป็นสูตรสมุนไพร ไม่สะสมเคมีไว้ใต้รักแร้ เวลาใช้ก็ไม่เป็นคราบ หมดกังวลระหว่างวันไปเลย ตั้งแต่ค้นพบว่าตัวนี้ดี ก็ไม่ได้ใช้อันอื่นอีกเลย
  5. เซียงเพียงอิ๊ว ยาหม่องน้ำ (42 บาท) สาวทำงานอย่างเรา บางทีก็มึนบ้าง ปวดหัวบ้าง หรือไม่สบาย คัดจมูก หายใจไม่สะดวกก็มี ไปจนถึงยุงกัด หรือคันขึ้นมา ก็ได้ยาหม่องน้ำอันนี้ไว้แต้ม ไว้ดม ชอบที่กลิ่นเบาหน่อย ออกยาๆ แต่ก็ไม่ฉุน ความเย็นก็กลางๆทาแล้วไม่แสบผิวค่ะ
Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s